home ยานยนต์ มี พ.ร.บ. อยู่แล้ว ควรซื้อประกันรถยนต์อีกดีไหม

มี พ.ร.บ. อยู่แล้ว ควรซื้อประกันรถยนต์อีกดีไหม

เมื่อมีรถยนต์สิ่งที่เราต้องเพิ่มเข้ามาในชีวิตนั่นคือ ความปลอดภัย จากการขับขี่ที่ระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เพราะถ้าได้ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุแล้วไม่ว่ารุนแรงหรือเบา ก็ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถไปจนถึงตัวบุคคลอยู่ดี แต่ถึงระมัดระวังเพียงใดมันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นรถทุกคันจึงต้องมี พ.ร.บ. เพื่อคอยคุ้มครองค่าเสียหายหลังจากเกิดเหตุ แต่ผู้ขับหลายท่านก็ยังไม่ค่อยเข้าใจถึงเรื่อง พ.ร.บ. รถยนต์เท่าไหร่นักโดยเฉพาะกับผู้ใช้รถรายใหม่ แถมยังลังเลอีกว่ามี พ.ร.บ. แล้วยังต้องซื้อ ประกันรถยนต์ ตามที่เห็นการโฆษณาอีกไหม ?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า พ.ร.บ. รถยนต์ที่ว่านั่นมันคืออะไร ? คำว่า พ.ร.บ. ถูกย่อมาจากคำว่า พระราชบัญญัติ ซึ่งมีไว้ใช้คุ้มครองสิ่งนั้น ๆ ตามกฎหมาย เมื่อใช้กับรถยนต์มันก็คือการประกันรถยนต์ในแบบภาคบังคับนั่นเอง ใช่แล้วภาคบังคับ ! หมายความว่าหากไม่ทำก็จะผิดกฎหมายยังไงล่ะ ดังนั้นรถยนต์ทุกชนิดทุกประเภทจึงต้องทำ พ.ร.บ. โดยความคุ้มครองที่จะได้รับจาก พ.ร.บ. ก็คือ การจ่ายค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชย เมื่อได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ของบุคคลภายนอก ง่าย ๆ ก็คือคู่กรณีที่เราขับรถเฉี่ยวชนจะได้ความคุ้มครองไป ส่วนเราและรถของเราไม่มีสิทธิ์ (โอ้ ! พระเจ้า) มาต่อกันที่ประกันรถยนต์ที่เห็นจากการโฆษณาทั่วไปซึ่งมันคือ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ถูกต้องมันจะตรงข้ามกับภาคบังคับเพราะเราจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ โดยจะมีความคุ้มครองให้เลือกหลายประเภทแบบที่เราเคยได้ยินกันว่า ชั้น 1 , 2 , 3 และ 2+ , 3+ สามารถเลือกให้คุ้มครองได้ทั้งบุคคลภายนอก รถของบุคคลภายนอก รถคันที่ทำประกัน ผู้ขับรถที่ทำประกัน เรียกว่าครอบคลุมสุด ๆ แต่แน่นอนการจ่ายเบี้ยก็มากน้อยตามไปด้วย แล้วอย่างนี้เราควรซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มดีไหมก็ตัดสินใจจาก…

  • อายุของรถ ตรวจสอบดูว่ารถคันนั้นที่คิดจะทำประกันมีอายุเท่าไรแล้ว เพราะในการรับทำประกันภัยรถยนต์ของบริษัทประกันเขาจะมีเกณฑ์เกี่ยวกับอายุของรถไว้ด้วย หากรถที่เก่าเกินไปอายุหลายสิบปีมาก ๆ ก็เสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เสี่ยงในการซ่อมการเคลมกว่ารถสภาพปกติ บริษัทก็ไม่รับทำ
  • ความเสี่ยงจากการขับ ดูจากพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองว่ามีความเสี่ยงไปชนผู้อื่นมากแค่ไหน รวมถึงรถมีการใช้งานบ่อยแค่ไหน ขับกันหลายคนหรือไม่เพราะแต่ละคนนิสัยการขับก็ไม่เหมือนกัน เส้นทางการใช้งานของรถ สถานที่จอดรถประจำ เหล่านี้หากมีความเสี่ยงภัยที่จะเกิดกับรถมากเท่าไหร่ก็สมควรที่จะทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเข้าไว้

มาถึงตอนนี้หลายท่านคงรู้แล้วว่าควรทำประกันให้กับรถยนต์ของตัวเองหรือไม่มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามหากตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าต้องการทำประกันรถยนต์แบบภาคสมัครใจแน่ ๆ ก็อย่าลืมหาข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ที่เหมาะสม และบริษัทประกันที่ไว้ใจได้ด้วยล่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *