home สุขภาพ, เครื่องสำอางค์ โลชั่นกันแดด จะทดสอบอย่างไรว่าผิวเราแพ้หรือไม่แพ้ ทำยังไงดี?

โลชั่นกันแดด จะทดสอบอย่างไรว่าผิวเราแพ้หรือไม่แพ้ ทำยังไงดี?

โลชั่นกันแดด จะทดสอบอย่างไรว่าแพ้หรือไม่แพ้
          ให้ทา โลชั่นกันแดด บริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาที แล้วสังเกตว่ามีอาการบวม แดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการ ดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามบางคน อาจจะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ (delay sensitivity) ดังนั้นจึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง จึงจะสรุปได้ว่าไม่มีอาการแพ้จริงๆ ค่ะ หวังว่าจะเลือก ครีมกันแดด ใช้ได้ถูกใจ และ ปกป้องผิวสวยๆของเรากันได้แล้วนะคะ
การทา ครีมกันแดดหน้า          
          ควรทา ครีมกันแดด ให้หนาเพียงพอ ก่อนอยู่กลางแดด อย่างน้อย 15 นาที และ จำนวนครั้งที่ทาต่อวัน ก็สำคัญนะคะ ถ้าอยู่ในออฟฟิศ ห้องแอร์ วันละครั้งก็เพียงพอค่ะ แต่ถ้าต้องทำงานกลางแดด โดนลม อาจจะทาเติม ถ้าว่ายน้ำต้องทาทุก 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากการทา ยากันแดด ซ้ำ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกันแดดได้อีก อย่างไรก็ตาม นอกจากการทา ครีมกันแดด แล้วก็ต้องเลี่ยงแดดด้วยนะคะ อาจจะใส่แว่น ใส่หมวก กางร่ม เนื่องจาก ครีมกันแดด ไม่ว่าจะมีค่า SPF สูงเพียงใด ก็ไม่ได้กันแดดได้ 100 % ค่ะ

การเลือกใช้ ครีมกันแดดสําหรับคนแพ้ง่ายarticle

          การป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ในช่วงเวลา 9.00-15.00 น., สวมเสื้อผ้าปกคลุมมิดชิด, แว่นกันแดด, หมวกปีกกว้าง, หรือกางร่มเสมอ แต่ในกรณีที่ทำงาน หรือ เล่นกีฬากลางแจ้ง ไม่สามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้แล้วล่ะก็ ครีมกันแดด จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดดได้ค่ะ ก่อนอื่น เรามารู้จักประเภทของ ครีมกันแดด กันก่อนะคะ


ครีมสําหรับผิวแพ้ง่ายมาก มีทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้ คือ

1.  Chemical   Sunscreen
            เป็น ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของสารเคมี ทำหน้าที่ปกป้องแสงแดด โดยการดูดซับรังสีแสงแดดเข้าไว้ในผิว ซึ่งหลังจากโดนแดดสักพัก สารเคมีเหล่านี้ก็เสื่อมสภาพ นั่นคือสาเหตุที่เราจึงต้องทา ครีมกันแดด ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง การเลือกใช้ ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูงๆ ซึ่งมีส่วนผสมของสารเคมีปริมาณมาก อาจเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังโดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย
2. Physical Sunscreen
          เป็น ครีมกันแดด ที่มีส่วนผสมของสาร ที่สามารถสะท้อนรังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิวหนัง ซึ่งสารในกลุ่มนี้จะมีผลระคายเคืองต่อผิวหนัง น้อยกว่าสารในกลุ่มแรก แต่มีข้อด้อยคือ ครีมกันแดด ประเภทนี้ไม่สามารถให้ SPF ที่สูงๆ ได้ และเมื่อทาบนผิวหนังแล้ว หน้าจะดูขาวมาก เนื่องจากสารจะเคลือบบนผิวหนังชั้นบน เพื่อรอแสงกระทบ จึงมีการดูดซึมสู่ผิวน้อย
3. แบบผสม Chemical-Physical Sunscreen
          เป็นการเสริมข้อดี ลดข้อด้อยในแต่ละส่วน นั่นคือ ลดการระคายเคืองต่อผิวหนัง จากสารประเภทสารเคมี และ ลดความขาวเมื่อทาครีม และ เสริมประสิทธิภาพ ในการป้องกันแสงแดดร่วมกัน
หน้าแพ้ง่ายใช้ครีมอะไรดี วิธีเลือกซื้อครีมกันแดด
1.มีคุณสมบัติครบในการป้องกันทั้งรังสี UVB และ UVA ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง เช่น คัน ผื่น
2.ดูที่ค่า SPF (Sun Protective Factor) ซึ่งเป็นตัวบอกว่า ป้องกัน UVB ได้กี่เท่าส่วน UVA ยังไม่มีค่ามาตรฐาน ปัจจุบันนิยมใช้ PA และเครื่องหมาย + ปกติคนไทยมีผิวคล้ำซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้น SPF มากกว่า 15 และ PA++ ขึ้นไป ก็เพียงพอ
3.เลือก ครีมกันแดด ที่มีสารเคมีที่กัน UVA ได้ดีอย่างน้อย 2 ชนิด เช่น Oxybenzone + TiO2 หรือ Parsol 1789 + ZnO เป็นต้น
4.ดูที่กิจกรรม ถ้าออกกำลังกลางแจ้ง มีเหงื่อ ว่ายน้ำ ทำงานกลางแดด ต้องใช้ SPF ที่สูงขึ้นและเลือกประเภทที่กันน้ำได้ (Water Proof หรือ Water Resistance)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *