Magnificent MALDIVES

เมื่อฤดูแห่งการพักร้อนมาเยือน “ทะเล” น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางรับประกันการเดินทางยอดฮิตของใครหลายๆ คน ที่ต้องการปลีกวิเวกจากชีวิตประจำวันอันวุ่นวายและหน้าที่การงานที่ก่อให้เกิดความเครียดสะสม แต่ถ้าทะเลสวย ๆ ในเมืองไทยก็เคยไปเยือนมาแล้วหลายแห่ง และคราวนี้ต้องการค้นหาประสบการณ์การ ท่องเที่ยวทะเลต่างแดนในรูปแบบใหม่ ๆ โดยไม่สนใจเรื่องค่าใช้จ่าย ประสบการณ์การเที่ยว Sea, Sand, Sun ที่จะทำให้คุณประทับใจไปตลอดกาลนั้นหาได้ที่นี่ที่ “มัลดีฟส์” เรื่อง Good Girl ภาพ Sanya

HONEYMOON DESTINATION มัลดีฟส์ขึ้นชื่อว่าเป็นรับประกันการเดินทางมาสถานที่ท่องเที่ยว ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคู่รักที่ต้องการไปอัพเกรดความหวานกันที่ริมทะเล หรือไม่ก็ครอบครัวที่ต้องการใช้ชั่วโมงพักผ่อนร่วมกันแบบเงียบ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสบาย ๆ สำหรับผู้ที่หลงรักทะเลเป็นทุนเดิม รับรองว่าจะต้องเลิฟและประทับใจมัลดีฟส์มากขึ้น เพราะหาดทรายสีขาวสวยของที่นี่นั้นขาวไม่แพ้รอยยิ้มที่เป็นมิตรของผู้คนในท้องถิ่นน้ำทะเลก็ใสแจ๋วแบบคริสตัลเคลียร์จนเห็นตัวปลาและปะการังชัดเจน แจ่มแจ๋ว ทั้งยังไม่มีขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยลอยมาให้รำคาญสายตาสักชิ้นนอกจากนี้อากาศก็เจิดจ้ามาก เหมือนกับเมืองไทยบ้านเราหากแต่เป็นอากาศที่สูดเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่น ไร้มลพิษ พร้อมกับลมที่โชยมากระทบใบหน้าชวนให้รู้สึกผ่อนคลายไปตลอดวัน

WHERE IS MALDIVES? หลายครั้งที่ได้ยินว่าคนนั้นคนนี้ไปเที่ยวมัลดีฟส์ นึกภาพว่าเขาไปเที่ยวทะเลสวย ๆ นอนบังกะโลที่ทอดตัวยาวไปในทะเล แต่ก็ไม่ค่อยฉุกคิดว่าจริง ๆ แล้วประเทศหมู่เกาะประเทศนี้มีพิกัดอยู่ตรงไหนของโลกกันแน่ มัลดีฟส์ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียโดยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอินเดียและศรีลังกาเป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะปะการังเกาะเล็ก เกาะน้อยมากถึง 1,190 เกาะ แต่แบ่งเป็นหมู่เกาะ ปะการังใหญ่ 26 กลุ่มหรือที่เรียกกันว่า “อะทอลล์ (atoll)” พื้นดินรวมมีเพียง 300 ตร.กม. และมีเพียง 200 เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่โดยราว 90 เกาะได้รับการพัฒนาให้เป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งปัจจุบันโรงแรมชื่อดังหลายแห่งของเมืองไทยก็ได้ขยับขยายสาขาไปเปิดให้บริการที่นั้น

WEATHER IN THE MALDIVES เพราะมัลดีฟส์อยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร โดยปกติสภาพอากาศของที่นี่จึงถือว่าร้อนชื้นราว 30 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี อากาศจึงสดใส เจิดจ้า และไม่พร่องแสงอาทิตย์ อากาศเช่นนี้จึงถูกใจชาวต่างชาติที่มาจากเมืองหนาว เพราะที่บ้านเขานาน ๆ ทีแสงแดดถึงจะโผล่มาเซย์ฮัลโหลสักครั้งช่วงที่เหมาะต่อการไปเที่ยวมัลดีฟส์คือเดือนธ.ค. – เม.ย. เป็นช่วงที่ปราศจากมรสุม อากาศจึงแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง สำหรับคนไทยแม้การไปมัลดีฟส์อาจจะเหมือนเป็นการหนีร้อนไปพึ่งร้อน (กว่า) แต่ด้วยอากาศที่บริสุทธ์ิความสวยงามของทะเลซึ่งมีสีสันแตกต่างตามระดับความลึก รวมทั้งบรรยากาศที่เงียบสงบการหนีร้อนไปพึ่งร้อนที่มัลดีฟส์ จึงนับว่าเป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่คุ้มค่ากับการแพ็กกระเป๋าและบินลัดฟ้าไปเยือนสักครั้งในชีวิต

BASIC INFORMATION ข้อมูลพื้นฐานที่นักเดินทางควรจะทราบไว้ สักนิดก่อนบินไปเช็กอินคือประเทศนี้มีการปกครองแบบสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ และหัวหน้ารัฐบาล เมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ “มาเล่ (Malé)” ภาษาราชการคือ “ภาษาดิเวฮิ” และใช้เงินสกุล “รูฟิยา” ประชากรส่วนใหญ่ของมัลดีฟส์เป็นคนที่อพยพมาจากศรีลังกาเมื่อหลายศตวรรษที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีชาวแอฟริกันและชาวอาหรับที่อพยพเข้ามาภายหลังด้วย แต่เดิมชาวมัลดีฟส์โบราณนับถือ ศาสนาพุทธ แต่ภายหลังผู้คนหันมาเข้ารีตนับถือศาสนา อิสลามนิกายสุหนี่กันเป็นจำนวนมาก จนกลายมาเป็น ศาสนาที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือกันในปัจจุบัน พูดถึงผู้คนที่นี่เลยทำให้นึกถึงคำถามที่สงสัย มาตลอดในช่วงที่ลั้ลลาในมัลดีฟส์ ว่าทำไมพนักงาน ที่คอยให้บริการส่วนใหญ่ในรีสอร์ทต่าง ๆ จึงเป็น ผู้ชายแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่บัตเลอร์ รูมเซอร์วิส ยันพ่อครัว (ยกเว้นพนักงานสปาที่เป็นผู้หญิง) ภายหลังถึงทราบว่า เป็นเพราะผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จึงห้าม ผู้หญิงไม่ให้อยู่ตามลำพังกับชายอื่น และคงไม่สะดวก หากต้องให้บริการด้านต่าง ๆ ของโรงแรมที่อาจจะต้อง มีการสัมผัสตัว จึงตัดปัญหาให้พนักงานโรงแรมส่วนใหญ่ เป็นผู้ชาย เพราะฉะนั้นหากไปเที่ยวในเมืองหลวงอย่าง มาเล่ หรือสถานที่อื่น ๆ ในมัลดีฟส์ที่มีชาวมัลดีเวียน อาศัยอยู่ หนุ่ม ๆ ทั้งหลายจึงพึงระลึกไว้ว่าอย่าไป เผลอแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงที่นั่น เพราะเป็นข้อห้าม และอาจถือเป็นการทำบาปได้

UNMISSABLE ความโดดเด่นข้อหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถ หาได้ที่มัลดีฟส์ เห็นจะเป็นการที่เราได้ปลดปล่อย ตัวเองให้ใช้ชีวิตเนิบช้าและกลมกลืนกับธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ กิจกรรมที่อยาก แนะนำให้ทำนั้นหลากหลาย หากแต่เรียบง่ายและ ไม่วุ่นวายสักนิด ง่าย ๆ คือการลองสัมผัสชีวิตติดดิน ด้วยการเดินเท้าเปล่าไปตามหาดทรายสีขาวละมุน สูดอากาศบริสุทธิ์ด้วยการหายใจเข้าออกลึก ๆ เล่นโยคะริมทะเล นั่งมองท้องทะเลน้ำใสแจ๋วที่กว้างไกล สุดลูกหูลุกตา แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มีแสงแดดเจิดจ้า นอนอ่านหนังสือบนเปลตาข่าย ดูแสงสุดท้ายของวัน ช่วงตะวันตกดิน ยามค่ำแหงนหน้าดูดาวอีกครั้ง แล้วจะพบว่าดวงดาวที่มัลดีฟส์เปล่งประกายมากมาย เหลือคณานับ ยิ่งถ้านั่งจับมือกับคนรัก โมเมนต์นั้นคง โรแมนติกและตราตรึงไปตลอดชีวิตของคุณเลยทีเดียว และความรู้สึกหนึ่งที่ผุดขึ้นมาจากการไปเยือนมัลดีฟส์คือ บางครั้งชีวิตของเราก็รีบเกินไป จนลืมฉุกคิดว่ารสชาติ ชีวิตช้า ๆ ที่ปลดเปลื้องตัวเองจากพันธนาการเรื่องงาน และโซเซียลเน็ตเวิร์กนั้นมันช่างมากด้วยเสน่ห์และชวนให้ รู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก กิจกรรมที่ห้ามพลาดเด็ดขาดของคนไปเที่ยว ทะเลคือการว่ายน้ำ ให้น้ำทะเลที่มัลดีฟส์โลมเลียผิว หรืออาจจะดำน้ำหรือสนอร์เกิลดูปะการังและฝูงปลาเล็ก ปลาน้อยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เผลอ ๆ อาจโชคดี เห็นเจ้าฉลามขาวตัวเล็กและปลากระเบนน้อยด้วยก็ได้ นอกจากนี้หลาย ๆ รีสอร์ทยังจัดให้มีบริการพายเรือแคนู เซิร์ฟบอร์ด เจ็ทสกี และขี่จักรยาน โดยมีคนคอยดูแล และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่ามีกิจกรรม มากมายให้ผู้หลงรักการออกกำลังกายได้เลือกทำ สำหรับผู้ที่เบื่อกับการหมกตัวอยู่แต่ในโรงแรม หรือรีสอร์ท อยากจะไปเดินเล่นตามเมืองต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ แต่ว่ามีข้อจำกัดตรงที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สูงมากในการนั่งเรือข้ามฟาก เรือเร็วหรือสปีดโบ๊ต จากโรงแรมไปยังสถานที่ หรืออะทอลล์อื่น ๆ และยิ่ง ถ้าแต่ละเกาะอยู่ไกลกันมากเท่าไร ค่าใช้จ่ายก็จะยิ่ง พุ่งปรี๊ดมากขึ้นเท่านั้น เพราะวิธีเดียวที่สามารถเดินทาง ไปได้ก็คือการนั่งเครื่องบินน้ำ (sea plane) และเรือ ประเภทหนึ่งที่เตะตานักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เรือโดนิ (dhoni) เรือพื้นเมืองของชาวมัลดีฟส์ ตัวเรือมีขนาดไม่ใหญ่นัก ดูสวยงามแปลกตา น่าถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ECO-FRIENDLY เพราะรายได้ของมัลดีฟส์มาจากการท่องเที่ยว และการประมงเป็นหลัก ชาวมัลดีฟส์จึงเห็นความสำ�คัญ ของการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และสวยงาม ให้อยู่คู่กับพวกเขาตราบนานเท่านาน (ซึ่งประเทศทั่วโลก น่าจะยึดเป็นแบบอย่าง) รัฐบาลหลายรัฐบาลได้ตั้งกฎและ ข้อบังคับหลาย ๆ ข้อขึ้นมาเพื่อรณรงค์ให้ผู้คนในประเทศ รวมทั้งนักท่องเที่ยว ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืน พื้นที่สำคัญทางทะเลหลาย ๆ พื้นที่ถูกกำหนด ให้เป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล เพื่ออนุรักษ์สัตว์ทะเลที่ใกล้ สูญพันธ์ อย่างฉลามขาว เต่า ปลาโลมา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องแนวปะการัง ทะเลสาบน้ำเค็ม เกาะปะการัง และหาดปะการังด้วย ความตั้งใจอนุรักษ์ทะเลอย่างยั่งยืนนี้สะท้อนให้เห็นผ่าน อุดมการณ์ของ “โมฮัมหมัด วาฮีด ฮัสซัน” ประธานาธิบดี คนปัจจุบันของมัลดีฟส์ ที่ประกาศในที่ประชุมสหประชาชาติ Rio+20 ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนเมื่อปีที่ผ่านมา ว่าจะทำให้หมู่เกาะทั้งหมดเป็นเขตอนุรักษ์ทางทะเลภายใน ปีค.ศ.2017 นับว่าเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้นำที่ส่งต่อไป ยังผู้คนในประเทศได้อย่างน่าชื่นชม   ไปเที่ยวต่างประเทศอย่าลืมทำประกันการเดินทางด้วยเพื่อความอุ่นใจ

Where to stay
Centera Grand Island Resort & Spa Maldives
Tel. +960 668 8000 Email: cirm@chr.co.th

Dusit Thani Maldives
Tel. +960 660 8888 Email: resmaldives@dusit.com, www.dusit.com

Anantara Kihavah Villas Maldives
Tel. +960 660 1020 Email:kihavahmaldives@anantara.com, www.kihavah-maldives.anantara.com

Soneva Fushi Maldives
Tel. +960 660 0304 Email: reservations-fushi@soneva.com, www.soneva.com

How to get there

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวไปมัลดีฟส์ของคนไทยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถบินตรงจากเมืองไทยไปยังมัลดีฟส์ได้สบาย ๆ ด้วยการใช้บริการของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งให้บริการ สัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน โดยจากกรุงเทพฯ ถึงมัลดีฟส์ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 4 ชม. ดูข้อมูลได้ที่ www.bangkokair.com โทร. 0-2270-6699

ที่มา : นิตยสาร My World Vol.72 Apr 2013

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *