home แม่และเด็ก เสริมพัฒนาการ 1 ขวบ พ่อแม่ควรทำอย่างไร ถ้าลูกชอบดูดนิ้ว

เสริมพัฒนาการ 1 ขวบ พ่อแม่ควรทำอย่างไร ถ้าลูกชอบดูดนิ้ว

 

เป็นเรื่องปกติสำหรับเด็ก 1 ขวบที่เราจะเห็นเขาดูดนิ้ว แต่หากดูดนิ้วไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งอายุ 3-4 ขวบ อาจจะส่งผลกรทบต่อฟันและบุคลิกภาพ  ซึ่งหากลูกของคุณยังอายุน้อยแล้วมีพฤติกรรมชอบดูดนิ้วก็อย่าเพิ่งกังวลใจไป เพราะการดูดนิ้วของเด็กวัย 1 ขวบนี้จากข้อมูลของ เอนฟาโกร บอกว่าเกิดขึ้นจากการที่เขาชินกับการดูดนมจากอกแม่ การดื่มนมจากขวด การส่งสัญญาณเพื่อบอกให้พ่อแม่ได้รู้ว่าตอนนี้เขากำลังหิว หรือเป็นช่วงที่กำลังอยากรู้อยากลอง โดยพฤติกรรมนี้จะค่อย ๆ ลดลงเมื่ออายุเริ่มเข้า 2 ขวบและค่อย ๆ หายไปเอง  ซึ่งหากพ่อแม่กังวลใจเราก็มีเทคนิคง่ายที่ช่วยให้ลูกของคุณเลิกพฤติกรรมดูดนิ้วได้ง่ายและยังเป็นการ เสริมพัฒนาการ 1 ขวบ ของเขาด้วย

หากลูกดูดนิ้วการดึงนิ้วออกจากปากอาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องนัก เพราะเมื่อเอาออกแล้ว อีกสักพักเขาก็จะเอานิ้วเข้าปากอีกอยู่ดี เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า วัยนี้เป็นช่วงอยากรู้อยากลอง ดังนั้นลองเอาทั้งกำปั้นให้เขาดูดทุกครั้งที่เห็น เมื่อเขารำคาญเขาก็จะอยากเลิกดูดไปเอง แต่ที่สำคัญการทำแบบนี้พ่อแม่จะต้องดูแลความสะอาดของมือลูกให้ดีด้วยเช่นกัน หรืออีกวิธีคือการเบี่ยงเบนความสนใจจากการดูดนิ้วของเขา ด้วยการให้เขาเล่นหรือสนใจอย่างอื่นมากกว่า เช่น เล่นของเล่น พ่อแม่ฝึกพาทำกิจกรรมด้วยการใช้มือเพื่อให้เขาไม่ต้องดูดนิ้วเวลาว่าง

นอกจากนี้การดูดนิ้วของลูกดังที่กล่าวไปข้างต้นว่าเป็นการสื่อสารบางอย่าง เช่น หนูกำลังหิว ฟันกำลังงอก เป็นต้น ดังนั้นพ่อและแม่ต้องหมั่นสังเกตให้ดี นอกจากนี้การให้เขาใช้ที่กัดแทนการดูดนิ้วก็ช่วยได้ และพ่อแม่เองก็ไม่ควรดุลูกเวลาเห็นเขาดูดนิ้ว แต่ให้เปลี่ยนมาใช้วิธีการเบี่ยงเบนความสนใจแบบอื่น ๆ จะช่วยได้มากกว่า เพราะวัยนี้เขายังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นักว่าสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด วิธีที่ดีที่สุดคือการหมั่นสังเกตและการฝึกไม่ให้เขาเอามือเข้าปากก็จะช่วยได้ดีกว่า

การดูดนิ้วของเด็กเล็กช่วง 1 ขวบ เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลใจมากมากนัก เพราะเมื่อเขาโตขึ้น เขาจะค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมและเลิกดูดไปเอง Enfa แนะนำว่าสิ่งสำคัญคือพ่อแม่ไม่ควรเครียดและพยายามทำความเข้าในพฤติกรรมเหล่านี้ของลูกให้มาก ทั้งนี้การฝึกพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะ 8 ทักษะ ด้านต่าง ๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า การเล่นกับลูกเป็นประจำ การหมั่นสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของเขาจะเป็นวิธีที่ดีกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *