home การศึกษา, แม่และเด็ก หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ พื้นที่แห่งการเรียนรู้กับนิทานแห่งการร่วมมือ

หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ พื้นที่แห่งการเรียนรู้กับนิทานแห่งการร่วมมือ

นิทาน
หอสมุดเมืองกรุงเทพร่วมมือกับบ.อักษรเนกซ์

นายชัชกูล รัตนวิบูลย์ ที่ปรึกษาหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ส่วนห้องสมุดและการเรียนรู้ สำนักงานนันทนาการและส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ Bangkok City Library ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง สี่แยกคอกวัว แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ ที่ยูเนสโกเลือกให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหนังสือโลกประจำปี 2556 โดยผ่านกรอบแนวคิดของ “แสงแห่งปัญญา” ตามรอยทางของพระราชา ครั้งนี้ได้เล็งเห็นถึงพื้นฐานการเรียนรู้ของชุมชน จึงจัดโครงการ “นิทานกับกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการคิดสร้างสรรค์” เพราะนิทานจะช่วยให้เยาวชนไทยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดจินตนาการและชักจูงใจเพื่อการสร้างทัศนคติการรักการอ่าน โดยกรุงเทพมหานครได้จับมือกับหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น รัฐ เอกชน ผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้

หนึ่งในคณาจารย์ผู้คร่ำหวอดในวงการนิทานของประเทศไทย รศ.กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ เปิดเผยว่า นิทาน หรือหนังสือภาพ จะช่วยสร้างความพร้อมในการเรียนได้ เพราะเด็กตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงประถมศึกษาเป็นวัยทองแห่งการเรียนรู้ จึงจำเป็นต้องเรียนอย่างมีความสุข และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันมีเทคนิควิธีการเรียนการสอนมากมาย และนิทานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยชักจูงใจให้เด็กเริ่มอ่านและจำเป็นภาพ ผนวกกับการสร้างจินตนาการ ให้รู้จักแยกแยะความแตกต่างของรูปร่าง เป็นการช่วยฝึกการจำจากภาพ ในที่สุดเด็กจะสามารถต่อยอดการเรียนรู้ พัฒนาสมองในด้านการจดจำ จนกระทั้งช่วยลดความผิดเพี้ยนของการจำรูปร่างอักษรได้ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อีกด้วย

ส่วน นาย พาคร วงศ์อนุตรโรจน์ ผู้เชียวชาญด้านสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยี ได้สนับสนุนอีกเสียงว่า การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ต้องมีการเตรียมความพร้อมสร้างพื้นฐาน ผ่านการจำ เข้าใจ มองเห็นเป็นรูปธรรมก่อน และค่อยรู้จักการลงมือทำเพื่อการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และสื่อการเรียนการสอนควรมีความหลากหลายของรูปแบบการเรียนรู้ตามพหุสัมผัสของเด็ก (Multi-sensory) ส่วนพื้นฐานการอ่านออก เขียนได้ คิดคำนวณได้จะง่ายขึ้นเมื่อได้รับการเรียนรู้จริง เพราะการกระตุ้นความสนใจให้เด็กได้เรียนรู้อย่างความสุข ตามลีลาการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Learning style) จะสร้างพัฒนาการของเด็กได้เต็มศักยภาพ สุดท้ายผู้ใหญ่และครูต้องเป็นผู้สนับสนุนทางเลือกที่หลากหลายของการเตรียมพื้นที่การเรียนรู้ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม และสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่ผู้เรียน เพราะผู้เรียนเป็นคนตัดสินใจว่าตัวเองอยากทำอะไรและอยากเป็นอะไรในอนาคตต่อไป

http://www.prbangkok.com/th/office-news/view/MDY1cDBzNnM0NHIyb3Ezc3E2NnEyNDk0cDRyOTQzcjQwOTE5

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *