home แม่และเด็ก ไขข้อข้องใจ พัฒนาการเด็ก คืออะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ

ไขข้อข้องใจ พัฒนาการเด็ก คืออะไร ทำไมต้องให้ความสำคัญ

          ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากต้องการให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันนั้นก็คือ พัฒนาการเด็ก เนื่องจากเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตของลูก ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพร่างกายและพฤติกรรมไปตามแต่ละช่วงวัย ตัวอย่างเช่น ในวัย 12 เดือนเด็กจะเริ่มทรงตัวได้ กระดูกมือแข็งแรงและใช้งานได้คล่องแคล่วขึ้น แต่เมื่อมีอายุครบ 18 เดือนเด็กจะเริ่มเดินได้โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องช่วยประคอง รวมถึงยังสามารถใช้ช้อนตักอาหารได้เองอีกด้วย ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วพัฒนาการนั้นแบ่งออกเป็น 4 ด้านใหญ่ ๆ ดังนี้

 

  1. พัฒนาการทางด้านร่างกาย เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายของลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ การทรงตัว และความสัมพันธ์ของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายในการทำกิจกรรมต่างในชีวิตประจำวัน

 

  1. พัฒนาการทางด้านสติปัญญา เป็นความพัฒนาในด้านการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว การใช้ความคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา ความสามารถในการสื่อสาร และความสามารถในการใช้ภาษา

 

  1. พัฒนาการทางด้านอารมณ์ เป็นการแสดงความรู้สึกและการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมตามวัย นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการควบคุมอารมณ์เมื่อต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นด้วย

 

  1. พัฒนาการทางด้านการเข้าสังคม เป็นการความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นปกติ

 

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนเป็นกังวลมากที่สุดนั้นก็คือ ลูกมี พัฒนาการเด็ก ช้ากว่าที่กำหนด เช่น ในช่วงอายุ 12 เดือน เด็กควรเริ่มพูดได้เป็นคำสั้น แต่ปรากฏว่ายังไม่สามารถพูดได้ แสดงว่าเด็กอาจมีพัฒนาการทางด้านการสื่อสารช้ากว่าปกติ เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรหมั่นสังเกตและการตรวจสอบพัฒนาการของลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าลูกมีพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งช้าผิดปกติ คุณพ่อคุณแม่จะได้พาลูกเข้ารับการประเมินอาการได้ในทันที

 

อย่างไรก็ตามหากอยากให้ลูกมีพัฒนาการครบถ้วนทั้ง 4 ด้าน ตัวช่วยที่ดีที่สุดนั้นก็คือ น้ำนมแม่ เนื่องจากในน้ำนมแม่มีสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กแรกเกิดมากกว่า 200 ชนิด ตัวอย่างเช่น Milk Fat Globule Membrane หรือ MFGM คือ เยื่อหุ้มอนุภาคไขมันให้คงตัวอยู่ได้ในน้ำนม ซึ่งเป็น ประโยชน์นมแม่ ตัวล่าสุดที่มีการค้นพบ โดยลักษณะของ MFGM คือ นั้นจะประกอบด้วยโปรตีนและกรดไขมันรวมกันกว่า 150 ชนิด ทำหน้าที่สำคัญในการสร้างปลอกเยื่อหุ้มสมอง ทำให้การเชื่อมต่อเซลล์ประสาทเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นหากได้รับ MFGM ร่วมกับ DHA สารอาหาร ประโยชน์นมแม่ อีกชนิดก็ยิ่งช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อเซลล์สมองเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งมากกว่าการได้รับ DHA เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นหากต้องการให้ลูกพัฒนาการที่สมบูรณ์ ก็ควรให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ขวบหรือมากกว่านั้นตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *