home สินค้า, สุขภาพ-ความงาม, ไลฟ์สไตล์ กระแสเทรนด์สุขภาพมาแรง “ไวด์ เฟธ ฟู้ด” พัฒนา Healthy Junk Foods สู่การเปลี่ยนแปลง สแน็คเพื่อสุขภาพ สำหรับคนทุกเพศทุกวัย

กระแสเทรนด์สุขภาพมาแรง “ไวด์ เฟธ ฟู้ด” พัฒนา Healthy Junk Foods สู่การเปลี่ยนแปลง สแน็คเพื่อสุขภาพ สำหรับคนทุกเพศทุกวัย

กระแสเทรนด์สุขภาพมาแรง “ไวด์ เฟธ ฟู้ด” พัฒนา Healthy Junk Foods สู่การเปลี่ยนแปลง สแน็คเพื่อสุขภาพ สำหรับคนทุกเพศทุกวัย

เรื่องกินเรื่องใหญ่ เป็นคำคมที่ถูกใช้แพร่หลายมามากกว่าสิบปี และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเรื่องกิน เป็นเรื่องที่ ‘ใหญ่’ จริงๆ เพราะคนในสังคมให้ความสำคัญกับอาหารเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางคนเสียเงินไปกับการซื้อประสบการณ์รสชาติใหม่ๆ หลายคนนิยมทานไม่อั้นแบบบุฟเฟ่ต์ และยังมีอีกหลายๆ คนที่ยอมจ่ายมากขึ้นให้อาหารสุขภาพ … เพื่อซื้อสุขภาพที่ดี

ด้วยการเติบโตแบบเรื่องใหญ่ของวัฒนธรรมอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการหลายคน มีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงไม่น้อยหน้าเหล่าผู้บริโภค บางเจ้าเน้นการพัฒนาด้าน startup อาหาร บ้างก็หันมาจับไลน์สุขภาพแบบเต็มตัว เราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์มากมาย ที่มีส่วนผสมหรือวัตถุดิบหลักเป็นของเพื่อสุขภาพ อย่าง ธัญพืช, โฮลเกรน, ออร์แกนิค แม้กระทั้ง ‘ข้าว’ วัตถุดิบที่เราทานอยู่ทุกมื้อ ก็ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในอาหารเพื่อสุขภาพเช่นเดียวกัน

“ไวด์ เฟธ ฟู้ด” คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีการพัฒนาอาหารจากข้าวอย่างชัดเจน แม้อาจฟังดูไม่คุ้นหูคนไทย แต่บริษัทแห่งนี้คือผู้ส่งออกขนมข้าวแผ่นอบกรอบที่ทำจาก “ข้าวไทย 100%” ไปทั่วโลก ทั้งใน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส ยูเครน เบลเยี่ยม สโลเวเนีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน อเมริกา แคนาดา บราซิล ชิลี และ ‘ไทย’ มีรายได้ 1,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมด้วยโรงงาน 3 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชฯ จังหวัดชลบุรี ที่ได้รับการรับรอง เกรด AA จาก BRC มีกำลังการผลิตรวมกันสูงถึง 24,300 ตัน/ปี

Healthy Junk Foods

คุณโอลิเวอร์ เย้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวด์ เฟธ ฟู้ด จำกัด เล่าว่า “ในตอนนี้เทรนด์การกินของโลกคืออาหารเพื่อสุขภาพ การทำขนมจากข้าวอาจเป็นสิ่งที่หลายคนเคยได้ยินมาบ้าง แต่สิ่งที่ทำให้ไวด์ เฟธ ฟู้ด แตกต่าง คือการทำไรซ์สแน็คในแนวทางที่แตกต่าง ลูกค้าหลายคนมองว่าแค่ขนมนี้ทำมาจากข้าวก็โอเค แต่น้อยคนจะรู้ว่าขนมเหล่านั้นใช้น้ำมันมากกว่า 30% ซึ่งมันไม่ต่างอะไรจากมันฝรั่งทอดเลย มันไม่ดีต่อสุขภาพ ต่างจากเราที่ใช้น้ำมันบางๆ เป็นสเปรย์ฉีดให้รสชาติติดขนม ซึ่งใช้น้ำมันน้อยกว่า 10%

เราเลยพูดได้อย่างมั่นใจว่าบริษัทอื่นๆ ไม่มีใครที่มีสินค้าแบบเรา ไม่สามารถสร้างสินค้าได้แบบเรา”

สินค้าทุกชนิดของ “ไวด์ เฟธ ฟู้ด” คือผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากข้าว ทั้งข้าวขาวและข้าวสี ภายใต้ชื่อแบรนด์แม่ว่า “Master Rice” และมีแบรนด์ลูกอีกมากมาย ได้แก่ Rise Buddy, Allright ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีส่วนผสมจากผักออร์แกนิคต่างๆ เสริมรสชาติและสุขภาพที่ดีอย่าง Rice Wonder และ Mello จุดเด่นของสินค้าทุกชิ้นคือ ‘ความใส่ใจในสุขภาพ’ ของผู้ทาน ด้วยการผลิตที่ ไม่ใส่ผงชูรส ปราศจากไขมันทรานส์ (Trans-Fat-Free) ปราศจากกลูเตน (Gluten Free) ใช้น้ำมันรำข้าวในปริมาณที่น้อยกว่า 10% เป็น’Healthy Junk Foods’ ที่ไม่เหมือนใคร

ผลิตภัณฑ์เพื่อผู้แพ้อาหาร

แม้ “ไวด์ เฟธ ฟู้ด” จะมีจุดแข็งด้านกำลังการผลิตที่สูงมากอยู่แล้วก็ตาม แต่บริษัทยังเตรียมเทเม็ดเงินลงทุนกว่า 700 ล้านบาท ในปี 2022 เพื่อขยายกำลังการผลิตรวม 3 ไลน์การผลิต ที่ ‘โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชฯ จังหวัดชลบุรี’ โดยจะเพิ่มเป็น 14,000 ตัน/ปี เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผลิตได้ 10,800 ตัน/ปี เพื่อรองรับการเติบโตในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งรองรับการผลิต ‘สินค้าสำหรับผู้แพ้อาหาร’ โดยเฉพาะ หมากแรกที่ไวด์ เฟธ ฟู้ด เริ่มเดินคือการผลิตอย่างระมัดระวัง เพื่อทำการขยายพื้นที่ผลิตใหม่นี้ ปลอดจากวัตถุดิบที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ เป็นส่วนโรงงานของสินค้าNon-allergy items (สินค้าที่ไม่ต้องระวังเรื่องการแพ้อาหาร) ซึ่งสินค้าชนิดนี้อาจมีส่วนผสมของกลูเตน แตกต่างจากสินค้าหลักที่เป็น Gluten Free (ผลิตภัณฑ์ปราศจากโปรตีนกลูเตน) โดยสินค้าเหล่านี้จะประกอบไปด้วยสินค้าประเภทถั่ว, กลูเตนไอเทม

นอกจากนี้ ไวด์ เฟธ ฟู้ด ยังเตรียมวางแผนสร้างอาหารเช้าที่สามารถบริโภคได้ทุกวัย เริ่มตั้งแต่เด็กเล็ก 9 เดือน ไปจนถึงผู้ใหญ่ ช่วยลดช่องว่างของสินค้า พร้อมตอบโจทย์ในการกินได้ทุกมื้อตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อเย็น

การลงทุนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

ในปี 2019 จะถือเป็นปีสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของไวด์ เฟธ ฟู้ด โดยการขยายโรงงานในครั้งนี้ จะเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น พร้อมช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปมากถึง 25% ทั้งยังเป็นตัวเพิ่มกำลังการผลิต และสร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ และที่สำคัญ คือการพัฒนาสัดส่วนของโรงงาน จากการเป็น ODM (Original Design Manufacturer) ในสัดส่วน 80% ต่อสัดส่วนการเป็นเจ้าของสินค้า 20% ให้กลายเป็นสัดส่วน 50:50%

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้บริษัทโฟกัสไปที่การควบคุมค่าใช้จ่าย และสามารถลงทุนกับสินค้าเพื่อสุขภาพใหม่ๆ ได้อย่างเต็มตัว

อีกหนึ่งสิ่งที่จะมีการเปลี่ยนแปลงคือการเปิดรับนักลงทุนจากเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ในรูปของ ‘พันธมิตรทางธุรกิจ (strategic partnership)’ เพื่อเพิ่มขีดการเติบโต สร้างผู้ช่วยและช่องทางในการกระจายสินค้า สร้างเครือข่ายแบรนด์ในวงกว้าง ทั้งยังช่วยในการส่งออก เพื่อเตรียมก้าวไปสู่ผู้นำสินค้าในในระดับนานาชาติ

การเปลี่ยนแปลงของ “ไวด์ เฟธ ฟู้ด”คือหนึ่งในภาพการปรับตัวของผู้ประกอบธุรกิจด้านอาหารที่ชัดเจนที่สุด จากการเป็นผู้เล่นเดี่ยวของสินค้าข้าวแผ่นอบกรอบ สู่การขยายโรงงาน เพิ่มบทบาทจากผู้ผลิตสู่ผู้เล่น และพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ด้านสุขภาพ พร้อมก้าวสู่การผลิตสินค้าเพื่อผู้แพ้อาหาร รวมถึงการร่วมมือระหว่างพันธมิตรเพื่อกระจายสินค้าให้ไปสู่ในระดับนานาชาติ

จะเห็นได้ว่าแม้ ‘ข้าว’ จะเป็นวัตถุดิบหลักที่ทานกันอยู่ทุกมื้อ ก็สามารถปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบใหม่ที่เราไม่อาจคาดเดาได้เช่นกัน และในอนาคต ความเป็นเรื่อง ‘ใหญ่’ ของ ‘เรื่องกิน’ อาจเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เรามาทานอาหารเช้าจาก ไวด์ เฟธ ฟู้ด แทนจานหลักอย่าง ‘ข้าว’ ก็เป็นได้…

สามารถหาซื้อ ไรซ์ บัดดี้ ได้แล้ววันนี้ ที่Tops Markets & Daily ,Gourmet Market, Home Fresh Mart ,ตั้ง ฮั่ว เส็ง, เจ้เล้ง, UFM Fuji Super, TOKYO, Max Mart ( PT gas station) ลอว์สัน 108 บิ๊กซี, แฟมิลี่มาร์ท และวิลล่ามาร์เก็ต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *