ประกันรถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งที่คนในยุคสมัยนี้จะนิยมทำกันติดไว้ เพื่อความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนเลยก็ว่าได้นะครับ เพราะว่าการทำประกัน เป็นสิ่งที่ทำนอกเหนือจากการทำ พรบ รถยนต์ ซึ่งเป็นการทำประกันภาคบังคับอยู่แล้ว แต่ว่าประกันรถยนต์ไม่ว่าจะประกันชั้น 1 ประกันรถยนต์2 หรือแม้แต่ประกันชั้น 3 นะครับ จะเป็นสิ่งที่ช่วยจ่ายค่าเสียหายและเยียวยาวในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุ เกิดอุบัติเหตุต่างๆ ทั้งที่มีคู่กรณี และไม่มีคู่กรณีเราก็สามารถจะเคลมประกันได้ทันทีเลย ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูกันว่าถ้าหากเราเกิดอุบัติเหตุแบบที่ไม่มีคู่กรณีนะครับ เราจะสามารถติดต่อเคลมประกันกับทางบริษัทได้อย่างไร ว่าแล้วมาดูกันเลย

  1. ติดต่อบริษัทประกัน เป็นสิ่งที่จะต้องทำเป็นอย่างแรก โดยจะเดินทางไปเองหรือติดต่อทางโทรศัพท์ก็ได้ครับ ติดต่อกับบริษัทประกันภัยแจ้งขอเลขเคลมเพื่อจะนำรถเข้าซ่อม ทางบริษัทประกันภัยจะขอรายละเอียดต่างๆของการเกิดอุบัติเหตุและตัวรถเพื่อออกใบเคลมให้เราอีกที โดยทั้งนี้แนะนำให้รีบติดต่อเคลมหลังจากเกิดเหตุเร็วที่สุด เพื่อลดขั้นตอนในการดำเนินการ
  2. แจ้งรายละเอียดของอุบัติเหตุเมื่อเรียบร้อยแล้วจึงแจ้งรายละเอียดของผู้เอาประกันภัยเอง เช่น หมายเลขกรมธรรม์ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่  แจ้งรายละเอียดของผู้ขับขณะเกิดเหตุและตัวรถที่จะเคลม รวมถึงวัน เวลา สถานที่ที่เกิดอุบัติเหตุ แจ้งว่าขับไปชนอะไรมา มีรอยชนตรงไหน ให้ละเอียดที่สุดเพื่อง่ายต่อการทำงาน
  3. เจ้าหน้าที่ประกันภัยประเมินรถหลังจากแจ้งเคลมเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ประกันภัยจะขอตรวจสอบประเมินสภาพรถ ในกรณีที่ขับรถไปสามารถทำได้เลย แต่ในกรณีที่โทรแจ้ง จะต้องนัดวัน เวลา กับเจ้าหน้าที่ประกันให้มาตรวจสอบความเสียหายว่าเป็นไปตามที่แจ้งหรือไม่
  4. รับใบเคลม เอารถเข้าซ่อม เมื่อตรวจสอบความเสียหายแล้วก็จะออกใบเคลมให้ สามารถนำรถเข้าไปซ่อมกับอู่ในเครือของประกันหรือศูนย์ของบริการตามวันเวลาที่คุณสะดวกได้เลยครับ ซึ่งใบเคลมที่ทางประกันออกให้จะมีอายุอยู่ที่ 1 ปี เพื่อยืดหยุ่นต่อผู้ซ่อมในกรณีที่ไม่สามารถนำรถไปซ่อมได้ทันทีครับ

การเคลมกับบริษัทประกันรถยนต์ ถือเป็นสิทธิ์ที่เราจะต้องได้รับอยู่แล้ว เนื่องมาจากเป็นข้อตกลงที่เราได้ทำกับบริษัทประกันภัย ในฐานะที่เราเป็นผู้เอาประกันนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่มีคู่กรณีในการเกิดอุบัติเหตุ เช่น เป็นการชนเสา เฉี่ยวเสา หรือเกิดเหตุจากตัวเราเอง ก็ล้วนจะต้องแจ้งให้กับทางบริษัททราบทั้งสิ้น โดยหัวใจสำคัญ ก็คือว่าเราจะต้องแจ้งให้ไวที่สุด ตรงมากที่สุด ระบุรายละเอียดต่างๆ อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีความเป็นธรรมกับตัวเรานะครับ เพราะการเคลมประกันนั้น ล้วนจะเป็นผลประโยชน์ที่เกิดจากตัวผู้เอาประกันทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ จึงแนะนำให้ดำเนินการตามที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าเราจะมีประกันรถยนต์เพื่อความอุ่นใจก็ตาม การขับขี่ยานพาหนะต่างๆ หรือการเดินทางไปไหนมาไหน ก็ควรเดินทางอย่างไม่ประมาท มีสติ กันไว้ดีกว่าแก้จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะครับ