GULF ได้เข้าร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 326 MW กับโอมาน มูลค่าโครงการ 483 ล้านเหรียญฯ
บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ที่ก่อตั้งโดยนายสารัชถ์ รัตนาวะดี (Sarath Ratanavadi) ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อเข้าร่วมทุนในบริษัท Duqm Power Company L.L.C. (DPC) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการ Duqm Independent Power & Water Project (โครงการ) กับกลุ่มบริษัท Oman Oil Company S.A.O.C. (OOC) ซึ่งถือหุ้นโดยรัฐบาลโอมานในสัดส่วนร้อยละ 100% เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจาก OOC ว่าบริษัทได้รับเลือกให้เข้าร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวในสัดส่วน 45%

และสำหรับ Duqm Independent Power & Water Project ที่เป็นโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมูลค่าโครงการกว่า 483 ล้านเหรียญสหรัฐ และกำลังการผลิตติดตั้ง 326 เมกะวัตต์ (MW) ที่มีกำลังการผลิตน้ำจืด 1,667 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Duqm ประเทศโอมาน โดยมีกำหนดทอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ 3 ระยะ ตั้งแต่เดือน ก.ค.63 ถึงเดือน พ.ค.65 ตามแผนความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำจืดของโรงกลั่นน้ำมัน Duqm มีอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นเวลา 25 ปี และสามารถขยายอายุสัญญาต่อได้อีก 5 ปี

ซึ่งโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและน้ำจืดตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและน้ำจืด (PWPA) ให้กับโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ Duqm Refinery and Petrochemical Industrial Company L.L.C. (โรงกลั่นน้ำมัน Duqm) ซึ่งมีกำลังกลั่นน้ำมันดิบประมาณ 2.3 แสนบาร์เรล/วัน และเป็นโครงการที่ร่วมทุนระหว่างบริษัทพลังงานขนาดใหญ่จาก 2 ประเทศ ได้แก่ OOC จากโอมาน 50% และ Kuwait Petroleum International (Q8) จากคูเวตในสัดส่วน 50%

และ เพื่อให้เป็นไปตามการขยายธุรกิจในต่างประเทศของบริษัท ในที่ 6 ก.ย. คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้บริษัท Gulf International Holding Pte.Ltd. (GIH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ที่บริษัทถือหุ้นทางอ้อม 99.99% เข้าลงนามในสัญญา ได้แก่ สัญญาร่วมทุน กับ Oman Oil Facilities Development Company L.L.C. (OOFDC) และ Centralised  Utilities Company L.L.C. (Marafig) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OOC โดยทั้ง 3 บริษัทจะร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าของ DPC ในสัดส่วน GIH 45% ,Marafiq 51.1% และ OOFDC 3.9%

ฉบับที่ 2 การทำสัญญาซื้อขายหุ้น OOFDC โดย GIH จะเข้าซื้อหุ้นที่ OOFDC ถืออยู่ใน DPC ในสัดส่วน 45% ในราคาพาร์บวกกับต้นทุนทางการเงิน รวมเป็นราคาซื้อขายประมาณ 9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ปัจจุบันกลุ่ม OOC ได้ใช้เงินลงทุนในโครงการไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 17 ล้านเหรียญสหรัฐ) อีกทั้ง บริษัทได้พิจารณาแล้วราคาซื้อขายดังกล่าวตลอดจนอัตราผลตอบแทนของโครงการนั้นมีความสมเหตุสมผล